วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

Mass and Astrology

ลูกศิษย์ผมคนหนึ่งให้ดวงคนเป็นโควิดมาหลายวันแล้วยังไม่ได้ดูเลย ช่วงนี้มีเรื่องให้ทำยุ่งๆ จนลืมไปเลย พอวันนี้นึกได้มานั่งดู ก็เลยนึกถึงประเด็นที่เคยพูดถึงอยู่บ่อยๆ ว่า จริงๆแล้วโหราศาสตร์นั้นไม่ชอบความ "Mass" หรือจำนวนมากๆ เพราะมันจะ Error 

คือโหราศาสตร์นั้น ธรรมชาติของมันคือความเป็นปัจเจก ตั้งดวงของคนๆ นึงขึ้นมานั่งดูกันไปจะดีร้ายก็ว่ากัน แล้วก็จบกันไปดวงต่อไปต่างกรรมต่างวาระก็เข้ามาแทน

แต่ในบางเหตุการณ์ ซึ่งเกิดขึ้นจำนวนมากๆ และพร้อมๆ กัน ลักษณะแบบนี้ถ้ามองเชิงสถิตด้วยโหราศาสตร์ก็จะเกิดปัญหา

เช่นเหตุการณ์ซึนามิ 2547 ในช่วงเวลาเดียวกันมีคนตายสองแสนกว่าคน เฉพาะแค่ประเทศไทยก็ประมานแปดพันกว่า

คำถามก็คือเอาดวงของคนทั้งแปดพันกว่าคนนั้นมาผูกดวงดู จะเป็นดวงที่เข้าเกณฑ์ถึงฆาตตามหลักโหราศาสตร์จะมีซักกี่ % ? แต่ที่แน่ๆ คือจะให้ตรงเกณฑ์ทั้ง 100% ก็คงไม่ใช่

เรื่องดวงคนเป็นโควิดนี่ก็คงทำนองเดียวกัน ตอนนี้ใกล้ๆ หน่อยก็ที่อินเดีย แหล่งกำเนิดวิชาโหราศาสตร์นิรายนะที่เราใช้ๆ กันอยู่นี่แหละ ยอดก็หลักล้าน ตายกันจนเผาไม่ไหวไม้ฟืนแทบหมดประเทศ ถ้าเอาดวงคนเหล่านั้นทุกคนมาพิจารนาดู จะพบเกณฑ์เจ็บป่วยในโครงสร้างเดียวกันหรือทิศทางเดียวกันหมดหรือไม่? (เรียกง่ายๆว่าเกณฑ์โควิดก็แล้วกัน ไม่ว่ามันจะมีลักษณะอย่างไรก็ตาม) ก็ไม่น่าจะได้อีก -_-

เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งมาคิดสงสัยกัน แต่ปรากฏว่าโหราจารย์ตั้งสมัยก่อนก็คิดกันมามากแล้ว 

วิชายูเรเนี่ยนนั้นเกิดเมื่อปลายสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เป็นช่วงเวลาที่คนมีคนตายอย่างมากมายมหาศาลเช่นกัน ยูเรเนี่ยนจึงตอบคำถามนี้ด้วยจุดเมษ(AR) โดยนิยามเมษว่าคือโลกใบนี้ หรือภูมิลำเนาที่เราอยู่อาศัย แล้วให้จุดเมษเป็นจุดเจ้าชะจุดหนึ่งใน 6 จุด ดังนั้นเมื่อมีดาวจรอะไรมาเข้าเมษก็หมายถึงโดนกันหมดทั้งโลก หรืออย่างน้อยก็ในภูมิภาคนั้นๆ เพราะคนทุกคนย่อมมีจุดเมษในดวงกำเนิดอยู่ตำแหน่งเดียวกันหมด

แล้วค่อยไปแยกย่อยกันที่จุดเจ้าชะตาอื่นๆ ทีเพื่อหาข้อสรุปว่าทำไมจึงตายหรือไม่ตายเป็นรายคนไป เช่นนี้เป็นต้น ซึ่งก็เชื่อเถอะ มันก็ไม่ได้ตอบคำถามได้ทั้ง 100% หรอกแต่ก็ยังดีกว่ายืนงงอยู่ในดงตำราเยอะ

เรื่องนี้ความจริงไม่มีอะไรนะ บ่นให้ฟังเฉยๆ 55555 มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราจะต้องค้นคว้าต่อไป การเรียนโหราศาสตร์มันก็สนุกอยู่ตรงนี้


 ปล. ภาพดวงซึนามิปี 2547

วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

นิยามของไพ่ tarot

นิยาม(ฉายา)ของไพ่ tarot ทั้ง 78 ตามแนวทางของ Samuel Liddell Macgregor Mathers แห่งสมาคมรุ่งอรุณฉายแสงทอง (goldendawn)


1 The Ace of Wands รากของพลังแห่งธาตุไฟ 

2 The Ace of Cups รากของพลังแห่งธาตุน้ำ

2 The Ace of Swords รากของพลังแห่งธาตุลม 

4 The Ace of Pentacles รากของพลังแห่งธาตุดิน


5 The Knight of Wands เจ้าแห่งเปลวไฟและแสงสว่าง ราชาแห่งวิญญาณอัคคี 

6 The Queen of Wands ราชินีแห่งบัลลังก์แห่งเปลวไฟ 

7 The King of Wands เจ้าชายรถศึกเพลิง 

8 The Knave of Wands เจ้าหญิงแห่งเปลวไฟที่ส่องแสง ดอกกุหลาบแห่งวังอัคคี

 

9 The Knight of Cups เจ้าแห่งคลื่นและผืนน้ำ ราชาแห่งท้องทะเล

10 The Queen of Cups ราชินีแห่งบัลลังก์สายน้ำ

11 The King of Cups เจ้าชายรถศึกแห่งน้ำ

12 The Knave of Cups เจ้าหญิงแห่งสายน้ำ ดอกบัวแห่งวังน้ำที่เอ่อท่วม

 

13 The Knight of Swords เจ้าแห่งสายลม ราชาแห่งวิญญาณแห่งของอากาศธาตุ

14 The Queen of Swords ราชินีแห่งบัลลังก์อากาศธาตุ 

15 The King of Swords เจ้าชายรถศึกแห่งสายลม 

16 The Knave of Swords เจ้าหญิงแห่งสายลม ดอกบัวแห่งวังอากาศธาตุ


17 The Knight of Pentacles เจ้าแห่งดินแดนที่กว้างใหญ่และสมบูรณ์ ราชาแห่งจิตวิญญาณปฐพี

18 The Queen of Pentacles ราชินีแห่งบัลลังก์ปฐพี

19 The King of Pentacles เจ้าชายรถศึกแห่งปฐพี

20 The Knave of Pentacles เจ้าหญิงแห่งเนินเสียงสะท้อน ดอกกุหลาบแห่งวังปฐพี


21 5 of Wands ความขัดแย้ง ดาวเสาร์ ราศีสิงห์ 

22 6 of Wands ชัยชนะ ดาวพฤหัส ราศีสิงห์ 

23 7 of Wands ความกล้าหาญ ดาวอังคาร ราศีสิงห์ 

24 8 of Pentacles ความรอบคอบ ดวงอาทิตย์ ราศีกันย์  

25 9 of Pentacles ความเจริญทางวัตถุ ดาวศุกร์ ราศีกันย์ 

26 10 of Pentacles ความมั่งคั่ง ดาวพุธ ราศีกันย์

27 2 of Swords ความสงบสุขกลับคืนมา ดวงจันทร์ ราศีตุล 

28 3 of Swords ความเศร้าโศก ดาวเสาร์ ราศีตุล 

29 4 of Swords พักจาก ความขัดแย้ง ดาวพฤหัส ราศีตุล

30 5 of Cups สูญเสียความสุข ดาวอังคาร ราศีพิจิก 

31 6 of Cups ความสุข ดวงอาทิตย์ ราศีพิจิก  

32 7 of Cups ความสำเร็จของภาพลวงตา ดาวศุกร์ ราศีพิจิก 

33 8 of Wands ความรวดเร็ว ดาวพุธ ราศีธนู 

34 9 of Wands ความแข็งแกร่งที่ยอดเยี่ยม ดวงจันทร์ ราศีธนู  

35 10 of Wands การกดขี่ ดาวเสาร์ ราศีธนู 

36 2 of Pentacles การเปลี่ยนแปลงที่กลมกลืน ดาวพฤหัส ราศีมกร 

37 3 of Pentacles งานด้านวัตถุ ดาวอังคาร ราศีมกร 

38 4 of Pentacles พลังแห่งโลก ดวงอาทิตย์ ราศีมกร 

39 5 of Swords ความพ่ายแพ้ ดาวศุกร์ ราศีกุมภ์ 

40 6 of Swords ได้รับความสำเร็จ ดาวพุธ ราศีกุมภ์ 

41 7 of Swords ความพยายามที่ไม่เสถียร ดวงจันทร์ ราศีกุมภ์ 

42 8 of Cups ความสำเร็จที่ถูกละทิ้ง ดาวเสาร์ ราศีมีน

43 9 of Cups ความสุขทางวัตถุ ดาวพฤหัส ราศีมีน 

44 10 of Cups ความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบ ดาวอังคาร ราศีมีน 

45 2 of Wands การปรกครอง ดาวอังคาร ราศีเมษ

46 3 of Wands สร้างความแข็งแกร่ง ดวงอาทิตย์ ราศีเมษ 

47 4 of Wands งานที่สมบูรณ์แบบ ดาวศุกร์ ราศีเมษ 

48 5 of Pentacles ปัญหาด้านวัตถุ ดาวพุธ ราศีพฤษภ 

49 6 of Pentacles ความสำเร็จทางวัตถุ ดวงจันทร์ ราศีพฤษภ 

50 7 of Pentacles ไม่ประสบความสำเร็จ ดาวเสาร์ ราศีพฤษภ

51 8 of Swords พลังงานที่สั้นลง ดาวพฤหัส ราศีเมถุน

52 9 of Swords ความสิ้นหวังและความโหดร้าย ดาวอังคาร ราศีเมถุน  

53 10 of Swords ทำลายล้าง ดวงอาทิตย์ ราศีเมถุน 

54 2 of Cups ความรัก ดาวศุกร์ ราศีกรกฏ

55 3 of Cups ความอุดมสมบูรณ์ ดาวพุธ ราศีกรกฏ 

56 4 of Cups ความสุขแบบผสมผสาน ดวงจันทร์ ราศีกรกฏ



57 The Foolish Man จิตวัญญาณแห่ง GR:Alphaiota-theta-eta-rho / Aleph / อากาศธาตุ

58 The Magician จอมเวทแห่งพลัง (The Magus of Power) / Bet/ ดาวพุธ

59 The High Priestess นักบวชแห่งดาวสีเงิน / Gimel / ดวงจันทร์

60 The Empress บุตรีแห่งผู้ทรงอำนาจ /Dalet / ดาวศุกร์

61 The Emperor พระอาทิตย์ยามเช้า หัวหน้าผู้ทรงอำนาจ /  Heh / ราศีเมษ

62 The Hierophant จอมเวทย์แห่งความนิรันดร์ / Vau / ราศีพฤษภ

63 The Lovers บุตรแห่งเสียง โชคชะตาของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่  /Zain / ราศีเมถุน

64 The Chariot บุตรแห่งอำนาจแห่งธาตุน้ำ ชัยชนะแห่งแสง / Chet / ราศีกรกฏ

65 Fortitude บุตรีแห่งดาบเพลิง / Tet / ราศีสิงห์

66 The Hermit จอมเวทย์แห่งเสียงที่ทรงอำนาจ ผู้ทรงญาณวิเศษแห่งความเป็นนิรันดร์ / Yod / ราศีกันย์ 

67 The Wheel เจ้าแห่งโชคชะตาและพลังแห่งชีวิต /Koph / ดาวพฤหัส

68 Justice บุตรีแห่งสัจจะ กฏแห่งความสมดุล / Lamed / ราศีตุล

69 The Hanged Man วิญญาณของผู้ทรงอำนาจแห่งธาตุน้ำ / Mem / ธาตุน้ำ

70 Death บุตรแห่งการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ เจ้าแห่งประตูสู่ยมโลก / Nun / ราศีพิจิก

71 Temperance บุตรีแห่งความปรองดอง ผสมผสาน ผู้นำพลังแห่งชีวิต / Samekh / ราศีธนู

72 The Devil เจ้าประตูแห่งสสาร ความเป็นรูปธรรม บุตรของพลังแห่งกาลเวลา / Ayin / ราศีมกร

73 The Blasted Tower เจ้าแห่งความทรงอำนาจ / Peh / ดาวอังคาร

74 The Star ธิดาแห่งท้องนภา ผู้อยู่สถิตระหว่างธาตุน้ำ / Tzaddi / ราศีกุมภ์

75 The Moon กฏแห่งการถ่ายเทและไหลย้อนกลับ บุตรของบุตรผู้ทรงอำนาจ /  Qof / ราศีมีน

76 The Sun เจ้าแห่งไฟของโลก / Resh / ดวงอาทิตย์

77 The Judgment จิตวิญญาณแห่งไฟปฐมกาล / Shin / จิญวิญญาณและไฟธาตุ

78 The Universe ผู้ยิ่งใหญ่ในราตรีแห่งกาลเวลา / Taw / โลกและดาวเสาร์

:)

วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564

อย่าประมาทในการแสวงหาความรู้

หนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นตำราโหราศาสตร์เล่มแรกๆ ที่ซื้อมาอ่าน ก็ซื้อมาจากร้านเขษมบรรณกิจเจ้าเก่านั่นแหละ สมัยนั้นยังอยู่ที่เวิ้ง

มาคิดดูว่าทำไมตอนนั้นถึงหน้ามืดหยิบเล่มนี้มาทั้งที่หนังสืออื่นมีเต็มร้าน บอกตรงๆ ว่าก็ไม่รู้เหมือนกัน มันนานมากจนจำไม่ได้แล้ว แต่ความที่สมัยนั้นไม่มีพื้นฐานโหราศาสตร์อะไรซักนิดเดียวเลย แล้วมาเจอตำราฮาร์ทคอร์แบบนี้ เล่มนี้ก็เลยเก็บขึ้นหิ้งไปนัยแต่บัดนั้นมา

มาตอนนี้ กำลังหัดเรียนเขียนโปรแกรมภาษา Python (หลังจากที่เคยม้วนเสื่อไปกับภาษา Java เมื่อหลายปีก่อน 😑 ) เรียนไปเรียนมามันไม่มีโจทย์ให้ฝึกน่ะซิ จะนั่งเขียนโปรแกรมบัญชีบวกลบเลขแบบชาวบ้านก็น่าเบื่อชมัด อยู่ดีๆ ก็นึกถึงหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา 

นี่แหละ ในนี้แหละ มีให้ทำโจทย์บานตะเกียงแน่ๆ

จากหนังสือที่แทบไม่ได้หยิบมาอ่านเลยก็เลยกลายเป็นหนังสือที่ต้องเปิดพลิกไปพลิกมาบ่อยมากที่สุดไป

สิ่งที่ไม่มีประโยชน์ก็บังเกิดประโยชน์สูงสุดขึ้นมา เมื่อถึงวาระเหมาะสมของมัน

เหมือนสรรพวิชาต่างๆ นั่นแหละ ถ้าสะดวกและมีโอกาสก็เรียนไปเถอะ วันนี้ไม่มีประโยชน์แต่อนาคตไม่แน่ อาจชี้เป็นชี้ตายแก่ชีวิตเราได้ใครจะไปรู้

เคยอ่านมาว่า สตีฟจ๊อป ศาสดาของศาสนาแอปเปิ้ลผู้ล่วงลับไปแล้ว สมัยเด็กนั้นจนมาก แม้มีโอกาสได้เรียนมหาลัยแต่ก็ไม่มีเงินไปเสียค่าหน่วยกิตวิชาที่อยากเรียน 

สุดท้ายไปเรียนวิชาออกแบบช่องไฟตัวอักษรสำหรับเรียงพิมพ์อะไรก็ไม่รู้ที่คนไม่ค่อยเรียนกัน เพราะค่าเรียนมันถูกที่สุดจนพอจะจ่ายไหว เรียนไปทำไมก็ไม่รู้ แต่ก็เรียนไปตามโอกาสอำนวย

ปรากฏว่าความรู้อันนี้แหละ ที่จะเป็นพื้นฐานการพัฒนาภาษา postscript ของจ๊อบในอนาคตข้างหน้า ซึ่ง postscript นี้มีความสำคัญมากต่องานสิ่งพิมพ์ดิจิตอล ทำให้แอปเปิ้ลนั้นผูกขาดวงการสิ่งพิมพ์ดิจิตอลอยู่นานมากๆ และสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับจ๊อบด้วยอย่างแน่นอน

จากของไร้ราคาที่ไม่มีใครต้องการก็เป็นจุดกำเนิดของความสำเร็จอย่างมหาศาลเสียอย่างนั้น

คนเราไม่มีใครรู้อนาคต แม้แต่หมอดูก็ไม่รู้ เชื่อผมเถอะ 555555 

ถึงรู้ก็รู้กว้างๆ รู้แบบเบลอๆ ไม่ได้รู้รายละเอียดชนิดว่าพรุ่งนี้จะกินข้าวกับอะไร อร่อยหรือเปล่า

ดังนั้นเกิดเป็นคน อย่าประมาทในการแสวงหาความรู้ วันนี้ยังไม่มีค่า แต่วันหน้าอาจได้เพิ่งพาเอาตัวรอด

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564

วสันตฤดู

วันนี้ (20/03/2564) วัน "วสันตวิษุวัต" (Vernal Equinox) เป็นตำแหน่งเช็คพอยท์ที่สำคัญวันหนึ่งของโหราศาสตร์ เพราะเป็นวันที่อาทิตย์ยกเข้าราศีเมษตามปฏิทินระบบสากล(สายนะ) โดยกลางวันกับกลางคือของวันนี้มีเวลาเท่ากันพอดีเป๊ะ

ถือว่าวันนี้เป็นจึดเริ่มต้นของฤดูใบไม่ผลิ

เคยมีคนถามว่าทำไมจึงเรียกว่าจึงตั้งชื่อว่า "วสันต" เพราะอย่างที่เราคุ้นเคยกันว่า วสันต์ มันแปลว่าฝน?

เรื่องนี้สรุปง่ายๆ ว่าเกิดจากความสับสน

คือการแบ่งฤดูในแต่ปีของแต่ละประเทศจะแตกต่างกันออกไปตามลักษณะภูมิอากาศท้องถิ่น ก็อาจแบ่งเป็น ๒ ฤดู ๓ ฤดู ๔ ฤดู หรือ ๖ ฤดู ก็ได้ตามเหมาะสม

สำหรับฤดูกาลสากล หรือฤดูกาลของโลกนั้นท่านแบ่งออกเป็น 4 ฤดูคือ

  • ฤดูหนาว (เหมันตฤดู) 
  • ฤดูใบไม้ผลิ (วสันตฤดู) 
  • ฤดูร้อน (คิมหันตฤดู) 
  • และฤดูใบไม้ร่วง (สารทฤดู) 


คำว่า วสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) ก็คือมาจากคำว่า วสันตฤดู นี้เอง

สำหรับประเทศไทย เราแบ่งฤดูออกเป็น ๓ ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว (หรืออาจจะแบ่งเป็น ฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก และฤดูร้อนชิบหาย ก็ได้แล้วแต่เหมาะสม)

หากเรียกชื่อฤดูเหล่านี้ด้วยคำบาลีสันสกฤต ก็จะเรียกได้ว่า 

  • คิมหันตฤดู (อ่านว่า คิม-หัน-ตะ-รึ-ดู) คือ ฤดูร้อน
  • เหมันตฤดู (อ่านว่า เห-มัน-ตะ-รึ-ดู) คือ ฤดูหนาว
  • วัสสาน (อ่านว่า วัด-สา-นะ) คือ ฤดูฝน


ดังนั้นถ้าจะเรียกฤดูฝนให้ถูกตามรูปศัพท์ ท่านว่าต้องใช้ว่า วัสสานฤดู (อ่านว่า วัด-สา-นะ-รึ-ดู)

แต่เราก็ทั้งเรียกทั้งเขียนว่า วสันตฤดู (หรือ วสันต์ แปลว่าฝน) กันจนชินปาก

ดูนักร้องขวัญใจจิ๋กโก๋โบราณอย่างพี่น้อง อัสนี-วสันต์ ก็ได้ ชื่อนั้นท่านว่าคนหนึ่งสายฟ้าคนหนึ่งสายฝน ก็คือความเข้าใจผิดของคนสมัยก่อน เนิร์ดๆหน่อยซีเรียสต้องเขียนว่า วัสสาน ถึงจะถูก

วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2564

แปลค่าสายนะและนิรายนะ

ด้วยเหตุผลของค่าอายนางศ์ ทำให้ตำแหน่งดาวในระบบสายนะวิ่งนำหน้าระบบนิรายะเสมอ โดยค่าความต่างอยู่ที่ประมาณ 22:49:29 (คิดง่ายๆ ว่า 23 องศาก็ได้)

ดังนั้นถ้าจะแปลงดาวสายนะเป็นนิรายนะ ต้องเอาองศาดาวสายนะตั้งแล้วเอา 22:49:29 ไปลบ

เช่นอาทิตย์นิรายนะอยู่ 71:34:23 (ราศีเมถุน) แปลเป็นนิรายนะคือ

71:34:23 - 22:49:29 = 48:44:54

แต่ถ้าจะแปลงจากนิรายนะเป็นสายนะ ต้องเอาดาวนิรายนะตั้งแล้วเอา 22:49:29 ไปบวก

เช่นอาทิตย์นิรายนะอยู่ 48:44:54 (ราศีพฤษภ) แปลเป็นสายนะคือ

48:44:54 +  22:49:29 = 71:34:23

เป็นต้น

ในกรณีของราหู และเกตุ(ไทย) นั้นต้องทำกลับกัน เพราะราหูกับเกตุมันวิ่งถอยหลังไม่เหมือนชาวบ้าน

สายนะเป็นนิรายนะต้อง + แต่นิรายนะเป็นสายนะต้อง - 


วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2564

ดวงครูจริงๆ ระดับเจ้าของโรงเรียนด้วย

ก็ยังคงอยู่กับดวงเดิมต่อไป ตั้งขึ้นมาแล้วจะลบทิ้งง่ายๆ ก็เสียดาย มองๆ ไปดวงนี้ก็น่าสนใจดีมีอะไรให้อ่านเยอะแยะก็เหมาะสมที่จะเอามาเป็นดวงครูเป็นอย่างยิ่ง 

หมายเหตุ - วิธีการอ่านอย่างนี้เป็นวิธีการประยุกต์ ซึ่งไม่ใช่วิธีการแบบดั้งเดิม จึงอาจแปลกหูแปลกตาสักหน่อยสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย 

ดวงนี้ลัคน์กุมเสาร์ ถ้าเรามองว่าลัคน์คือตัวตน คือจุดเจ้าชะตาที่สำคัญที่สุดในดวงชะตาแบบราศีจักร ก็คือเจ้าชะตา(ลัคน์)เป็นคนมีความอดทน(เสาร์) แต่อาจติดไปทางหยาบกระด้าง ไม่อ่อนหวาน ดาวเสาร์นี้สำหรับสากลยังหมายถึงอาชีพครูได้ด้วยเพราะเสาร์คือการเรียนการสอน(ซึ่งต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก) แหล่งต้นทางว่าเจ้าชะตาเป็นถึงเจ้าของโรงเรียนพื้นเพก็คงเป็นครูมาก่อน ก็สอดคล้องกันดีกับการที่มีลัคน์เสาร์ร่วมกัน

แต่เจ้าเรือนลัคน์เป็นเนปจูน เจ้าชะตาจึงมีนิสัยช่างฝัน มีอารมณ์ศิลปิน ติสส์ตัวแม่ ในทางร้ายคือโลเลเอาแน่นอนไม่ได้

หรือถ้าเรามองลัคน์แบบสากลหน่อย ลัคน์ก็คือสิ่งแวดล้อมใกล้ชิดชีวิตประจำวัน ดังนั้นลัคน์ร่วมเสาร์ก็ต้องเป็นที่กันดารหน่อย ต้องอยู่ใกลๆ ตัวเมือง หรือถ้ามองว่าเสาร์คือโรงเรียนก็จบไป

เรือน 2 คือเรือนการกิน คือการรายได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง มีจันทร์สถิตอยู่ ดวงจันทร์นี้สากลท่านว่าคือคนจำนวนมาก นอกจากนี้ยังหมายถึงความไม่แน่นอน เพราะดวงจันทร์เดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืด ปิดๆเปิดๆเป็นเทอมๆ ไป ถ้าคิดกันอย่างนี้มาเป็นเจ้าของโรงเรียนก็เข้าท่าดี มีรายได้เป็นเทอมๆไป อีกทั้งจันทร์นี้เป็นเจ้าเรือน 5 ปุตตะ นอกจากจะหมายถึงลูกเต้าตัวเองแล้วยังหมายถึงเด็กๆ ได้ด้วย กดุมพะ+ปุตตะ คือมีรายได้จากเด็กๆ ในที่นี้ก็คือนักเรียนในโรงเรียนของตัวเองนั่นเอง

เจ้าเรือน 2 คือดาวพลูโต ไปอยู่ที่เรือน 4 คือบ้าน ที่พักอาศัย ที่ซุกหัวนอน ชะรอยจะกินอยู่ในบ้านพักครูของโรงเรียนตัวเองนั่นแหละ ถ้าเอาข้อมูลตรงนี้ไปปะติดปะต่อกับเรื่องลัคน์เสาร์ อาจทายว่าโรงที่เจ้าชะตาเป็นเจ้าของอาจจะอยู่ใกลตัวเมืองซักหน่อย ทำให้ตัวเจ้าชะตาเองก็ต้องกินนอนอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ แบบนี้ก็คงจะพอได้

ต่อไปคือเรือน 3 เรือนของพี่น้องเครือญาติรวมไปถึงการติดต่อสื่อสารกัน จะเห็นว่ามีราหูสถิต ตามธรรมดาของคติโหรตะวันออกนั้นไม่ชอบราหูเอาเสียเลย อารมณ์เหมือนยูเรเนี่ยนไม่ชอบฮาเดส เพราะถือราหูคืออสูรแท้ๆ เป็นเพียวบาปเคราะห์ เป็นตัวแทนของความมัวเมาขลาดเขลา ไปอยู่กับใครตรงไหน ตรงนั้นย่อมชิบหายวายป่วยถูกเบียดเบียนหนัก กรณีนี้มาอยู่เรือน 3 ถามว่าญาติพี่น้องเพื่อฝูงดีหรือไม่ก็คงไม่ มีแต่จะมาเบียดเบียนให้ต้องลำบากกันเสียมากกว่า

แต่ถ้าเรามองราหูแบบสากลหน่อย ราหูคือจิตผูกพันธ์ คือบ่วงคล้องแบบตัดกันไม่ขาด ราหูเรือน 3 คือมีจิตผูกพันอยู่กับมิตรสหายเหลือญาติพี่น้อง ตัดกันไม่ขาด เพราะฉะนั้นคนแบบนี้ถ้ามีเพื่อนมีญาติมาให้ช่วยก็คงไม่กล้าปฏิเสธ

ที่ว่าเดือนร้อนด้วยคนรอบตัวนี้ที่จริงก็ไม่ขัดกันทั้งไทยหรือสากล แล้วแต่จะเพ่งโฟกัสไปจุดไหนมากกว่า ถามว่าราหูตัวมัวเมาตัดไม่ขาดนี้มาจากไหน ก็มาจากเรือน 4 เพราะดวงนี้ราหูเป็นเจ้าเรือน 4 สหัชชะก็คือบ้านและครอบครัวนั่นเอง

เรือน 3+4 ก็คือชีวิตส่วนตัว(บ้าน)และการเข้าสังคม(เพื่อนฝูงญาติมิตร)เชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกัน ลักษณะอย่างนี้ชีวืตวุ่นวาย ไม่ค่อยมีควาเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ มีคนเข้าๆออกๆบ้านอยู่เสมอ

ต่อมาคือเรือน 4 บ้านและสวน เอ๊ยบ้านและครอบครัว จะเห็นว่ามีทั้งเนปจูน(สมุทรเทพ) ทั้งพลูโต(ยมเทพ) มีแต่พิภพบาดาลทั้งนั้น ดาวร้ายทั้ง 2 นี้ล้วนสร้างความเดือดร้อนมาให้กับชีวิตครอบครัว ถ้าเรามองในแง่บุคลิกภาพ เนปจูนคืออารมณ์ศิลปิน แปรปวนเอาแน่เอานอนไม่ได้ ส่วนพลูโตคือการเผด็จการ เฉพาะเนปจูนนี้คือเจ้าเรือนลัคน์คือบุคลิกภาพของเจ้าชะตาโดยตรง ยิ่งดวงนี้มีเสาร์หยาบกระด้างกุมลันค์ด้วย มองรวมๆ อย่างนี้พอนึกออกว่าอยู่บ้านต้องมีเรื่องชวนให้ปวดหัวกันประมาณไหน ยิ่งฝั่งตรงข้ามมีอังคารกับมฤตยูซึ่งเป็นดาวรุนแรงทั้งคู่เล็งอยู่ ยิ่งอาการหหนักถึงขั้นอาละวาดกันบ้านแตกเลยทีเดียว

เนปจูนเจ้าเรือน 1 คือตัวเอง ส่วนพลูโตเจ้าเรือน 2 คือการหาเงิน ล้วนมีส่วนทำให้ชีวิตครอบครัวเดือดร้อน

ต่อไปคือเรือน 5 ปุตตะมีดาวแบคคัสสถิต ดาวแบคคัสนี้เป็นดาวแห่งสมบัติมาอยู่เรือน 5 คือมีสมบัติมีความมั่งคั่งเพราะการได้มาเกี่ยวข้องกับเด็ก ปุตตะเป็นเรือนแห่งบุตรเมื่อแบคคัสมาอยู่ตรงนี้จึงทำให้บุตร(ของเจ้าชะตา)เป็นผู้มีทรัพย์มาก 

แต่ก็ได้เคยเขียนถึงไปแล้วว่าเจ้าเรือนปุตตะนี้คือจันทร์ซึ่งไปสถิตเรือน 2 (คือได้ทรัพย์จากเด็กนักเรียน) เสียหายหนักมาก เพราะโดนกันตีจากทั้งราหูและเสาร์ ปุตตะในฐานะของบุตรของเจ้าชะตาจึงพังยับ เป็นตัวก่อเรื่องล้างผลาญสมบัติ

เรือน 6 อริมีพฤหัสสถิตอยู่ ถ้าเรามองอย่างสากลพฤหัสคือตัวแทยของโชค การขยายตัว ความเจริญก้าวหน้า เมื่อมาอยู่อริจึงหมายถึงการเจริญก้าวหน้าด้วยความเหน็ดเหนื่อย มีอุปสรรคมากเพราะอริเป็นเรือนอุปสรรค อีกมุมหนึ่งอริหมายถึงการต้องให้บริการผู้อื่น พฤหัสมาอยู่อริคือมีโชคจากงานที่ต้องให้บริการ มาเป็นแม่พิมพ์ของชาติก็ดูจะเหมาะสม

โหรตะวันออกมองพฤหัสว่าเป็นดาวที่บอกถึงภาวะคุณธรรมหรือภูมิปัญญาของคน ดังนั้นพฤหัสมาตกอริจึงอาจมองว่าเรื่องคุณธรรมหรือภูมิปัญญาของเจ้าชะตาก็ไม่น่าจะเท่าไหร่ก็ได้ หรืออาจมองว่ามักมีการขัดแย้งทางอุดมการณ์กับผู้อื่นก็ได้ และถ้ามองอริว่าหมายถึงการต้องให้บริการผู้อื่น พฤหัสอยู่อริคือการใช้ปัญญาของตนมาบริการผู้อื่น ก็คือการเป็นครูผู้ให้ความรู้นั่นเอง

เจ้าเรือนอรินี้คืออาทิตย์ไปอยู่วินาศน์ ถ้ามีศัตรูก็มักมีแบบหลบๆซ่อนลอบแทงข้างหลัง ความจริงดาวอาทิตย์ในดวงสตรีหมายถึงสามี สามีเป็นเจ้าอริแถมยังไปตกวินาศน์พื้นที่แห่งความทุกข์ใจ เห็นอย่างนี้ก็พอน่าจะรู้แนวแล้วว่าเรื่องคู่ชีวิตน่าจะไปทางไหน

ต่อไปเรือน 7 เรื่องคู่ครองไม่มีดาวสถิต เจ้าเรือนคือพุธไปอยู่ที่ลาภะ เรือนลาภะนี้เป็นเรือนของลาภลอย คือสิ่งที่ได้มาแบบง่ายๆ ไม่ต้องลงแรง บางทีไม่ต้องแม้แต่จะคิด อาจารย์บางท่านให้ความเห็นว่าสังคมสมัยนี้เรื่องคู่ถ้ามาตกลาภะแล้วไม่น่าจะดี เพราะหมายถึงได้กันง่ายแต่งกันเร็ว โอกาสพังมีสูง (คนโบราณบอกได้ลาภเป็นสัตว์สองเท้า) ในทางดีคือมีคู่ครองนำโชคมาให้ แต่ สำหรับดวงนี้เมื่อดูตำแหน่อาทิตย์ประกอบก็ไม่น่าจะใช่อย่างหลัง

ที่เรือน 8 มรณะไม่มีดาวสถิต เจ้าเรือนคือดาวศุกร์ไปอยู่ที่เรือนลาภะล่วมพุธเจ้าเรือน 7 คู่ครอง เรื่องชีวิตจะไปดีได้อย่างไร

เรือน 9 ศุภะเรือนแห่งปัญญา การศึกษา ไม่มีดาว ส่วนเจ้าเรือนนี้คืออังคารไปอยู่เรือน 10 ซึ่งเป็นเรือนหน้าที่การงาน ตรงนี้ก็ชัดเจนดีว่าเหตุใดเจ้าชะตาจึงมาทำอาชีพเกี่ยวกับการศึกษา

มาที่เรือน 10 กัมมะซึ่งโดยทั่วไปกำหนดว่าเป็นเรือนของหน้าที่การงาน หรือตำแหน่งทางสังคม ในเรือนนี้มีอังคารและมฤตยูสถิต เราเอาแค่อังคารและมฤตยูมาผสมกันจะหมายถึงอุบัติเหตุ สิ่งที่ตนไม่คาฝัน บางทีเจ้าชะตาอาจจะมาจับงานด้านนี้แบบงงๆก็ได้ใครจะไปรู้ หรือจะแปลอังคารและมฤตยูว่าคืองานที่เต็มไปด้วยความเครียดก็ได้ อย่าลืมนี้เจ้าชะตาไม่ใช่ครูน้อย แต่เป็นระดับเจ้าของ นอกจากนี้ทั้งอังคารและมฤตยูในเรือน 10 นี้มีเนปจูนและพลูโตเล็งอยู่จากฝั่งตรงข้าม คอยจ้องทำลายอยู่ด้วย

เฉพาะดาวมฤตยูนี้เป็นเจ้าเรือนวินาศน์ทุกข์ใจ มาร่วมอังคารอย่างนี้ยิ่งบอกถึงความเครียดอย่างร้ายกาจของหน้าที่การงานของตน มองในทางดีวินาศน์คือการอยู่เบื้องหลัง ไม่ออกตัว เป็นท่านเจ้าของโรงเรียนคอยบริหารอยู่ฉากหลังจึงช่วยตรงนี้ไว้มาก ถ้ายังเป็นครูที่ต้องออกมาสอนเองหน้าชั้นมีหวังเส้นเลือดในสมองแตกตายก่อน

หรือถ้ามองอีกมุม อังคารดาวแห่งการลงมือทำ ความกระตือรือร้นในการทำสิ่งต่างๆ ถูกรุมบีบอยู่จากดาวร้ายตั้งสามดวง คือมฤตยู เนปจูน และพลูโต จะทำอะไรคงไม่ง่ายติดๆขัดๆ หนักเข้าพาลไม่อยากทำอะไรด้วยซ้ำ

ดาวพฤหัสเจ้าเรือน 10 ไปอยู่อริ ก็อย่างที่บอกว่าถ้าเรามองอริว่าคือการให้บริการผู้อื่นตรงนี้ก็จบไป

เรือน 11 ลาภะนั้นมีพุธและศุกร์สถิต เราเอาพุธศุกร์มารวมกันหมายถึงพูดเพราะ(แปลว่าว่าเด็กสาวและสวยก็ได้) โดยเบื้องต้นก็อาจจะทายว่าเจ้าชะตานั้นปากพาโชค ดาวศุกร์เป็นดาวตัวแทนของความรักโดยตรงมาอยู่ร่วมพุธคือมีความรักตั้งแต่ยังวัยสะรุ่น แต่อย่างไรก็ตามพุธคือเจ้าเรือน 7 และศุกร์เจ้าเรือน 8 ก็ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว 7+8 เรื่องคู่ถ้าไม่พลัดพรากก็ต้องทุกข์ใจ

ถ้ามองพุธและศุกร์ว่าคือวัย ก็คือช่วงวัยรุ่นและวัยสาว ก็คือช่วงวัยลาภะเป็นขาขึ้นของชีวิต ซึ่งก็คงต้องเป็นอย่างนั้นบั้นปลายถึงเป็นเจ้าของโรงเรียนได้ โปรดสังเกตุว่าดาวชุดนี้มีอโพลอนเล็งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วย

เจ้าเรือน 11 คือดาวเสาร์ไปอยู่ร่วมลัคน์ก็คือเป็นผู้แสวงหาลาภผลด้วยตนเอง และเนื่องจากเป็นเสาร์เพราะฉะนั้นถ้าไม่เป็นครูก็ต้องเหนื่อยซักหน่อย

ในที่สุดก็มาถึงเรือน 12 (ยาวมาก 5555) เรือนวินาศน์ มีอาทิตย์ร่วมเกตุไทยสถิตอยู่ เฉพาะอาทิตย์นี้เราตีความหมายได้มาก โหรสมัยก่อนท่านว่าทายยศทางศักดิ์ให้ทายอาทิตย์ ดังนั้นถ้าอาทิตย์คือตัวแทนของเกียรติในสังคมต้องต้องบอกว่าไม่มาก ถึงมีก็แค่บางช่วง ดีไม่ดีพาลจะไม่มีเอาเลย ยิ่งอาทิตย์มาอยู่ตรงนี้เป็นปรเกษตรด้วยยิ่งอ่อนกำลัง ถ้ามองอาทิตย์เป็นกายสังขารก็คือจริงๆ แล้วเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ไปสุงสิงกับใคร (แต่ใครจะบุกมาสุงสิงด้วยนี่อีกเรื่องนึง ซึ่งก็ทำให้ทุกข์) 

ถ้าเรามองอาทิตย์ว่าเป็นสามีเพราะเจ้าชะตาเป็นผู้หญิงคือจันทร์ อาทิตย์ร่วมเกตุไทยคือสามีด้อยกว่าตน หรือมีลักษณะประหลาดๆไม่เหมือนชาวบ้าน จะให้ทายว่าเป็นคนต่างชาติก็ยังได้ ตรงนี้มันต้องดูบริบท 

และการที่อาทิตย์มาอยู่วินาศน์ก็ชัดเจนว่าทุกข์ใจเรื่องนี้ แต่ถ้าสามีเป็นคนเก็บตัว ไม่เปิดเผยตัว คล้ายๆจะเป็นสามีลับๆ มันก็อาจจะดีกว่า  

ความจริงทั้งอาทิตย์และเกตุมาตกราศีมีนตรงนี้แย่ทั้งคู่ อาทิตย์เป็นปรเกษตร ส่วนเกตุเป็นนิจจ์

และท้ายที่สุดคือเจ้าเรือน 12 ซึ่งคือเนปจูนไปอยู่ที่เรือน 10 ร่วมอังคาร ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าทำงานอยู่เบื้องหลังเป็นผู้บริหารก็ถูกเรื่องแล้ว ออกมาฉากหน้าเมื่อไหร่เป็นพังเมื่อนั้น

โอ้ย จบซะที 555555

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ดวงหวยออกแล้ว

 

การอ่านดวงแบบหวยออกแล้วบางคนเขาก็เย้ยหยันกันนัก เห็นว่าไร้ประโยชน์เพราะมันก็แค่พยามมองหา "อะไรได้" ในดวงชะตาที่จะรองรับเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว 

ยิ่งในยูเรเนี่ยนยิ่งดูเหมือนจะง่าย เพราะมีปัจจัยและโครงสร้างต่างๆ ตั้งมากมายเหลือคณานับในดวงชะตา สุดแต่ใครจะตาไวหยิบตรงไหนมายัดเข้าไปเท่านั้นเอง

เรื่องนี้ผมมักบอกกับนักเรียนผมอยู่เสมอว่า อย่าได้นึกดูถูกการ "ฝึก" อ่านดวงหวยออกแล้วเลย เพราะสาระสำคัญของมันจริงๆ ก็คือ

"อดีตเป็นอย่างไร อนาคตย่อมเป็นเช่นนั้น"

และแน่นอนว่า

"อ่านอดีตอย่างไร อ่านอนาคตก็ย่อมเป็นเช่นเดียวกัน"

ทักษะในการมองหาอดีตมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อเราต้องมองไปยังอนาคต หากแม้แต่อดีตซึ่งเป็นเรื่องของเหตุการณ์ที่นิ่งแล้วยังหาไม่เจอ เรื่องอนาคตซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่นิ่งก็คงไม่ต้องเสียเวลาพูดถึง

การฝึกอ่านดวงประเภทหวยออกแล้วนั้น ความจริงนอกจากจะไม่ไร้สาระแล้วยังเป็นเคล็ดลับสำคัญในการพัฒนาทักษะในการอ่านดวงได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 

เพียงแต่เราต้องเข้าใจจุดประสงค์ของมันว่า มันมีเพื่อ "ฝึกฝน" ไม่ใช่ "โอ้อวด" ว่าตัวเองทำนายแม่นยำ